ตุลาคม 21, 2018, 08:22:14 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ละคร คือ./.ควร./..และ/ เป็น... อย่างไร ??  (อ่าน 4552 ครั้ง)
ประพนธ์
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 02:52:06 PM »



ครับ .. น้องต้นกล้า
พี่ได้ยินเรื่องราวของการเตรียมตัวเพื่อรณรงค์ครั้งที่ 3 ของต้นกล้าอาสาช่วยลิงเขาใหญ่
ดีใจ.. ไม่ได้ความตั้งใจของทุกๆคน มันมาไม่ถึงวันนี้แน่
เอาล่ะ.. พี่จะเข้าเรื่องตรงๆ สำหรับการให้ความคิดเห็นในเรื่อง การแสดงละครน่ะ
คือเราแสดงมาหลายรอบแล้ว คราวนี้ก็มีอีก อีกทั้งเวลาเตรียมตัวคราวนี้มีนานพอสมควรทีเดียว
ก็อยากให้มันดีที่สุดเท่าที่จะทำกันได้น่ะ
เลยขอเอา ความคิดเห็นบางส่วนมาปะไว้ เพื่อแลกเปลี่ยนกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 16, 2010, 11:35:50 AM โดย ประพนธ์ » บันทึกการเข้า
ประพนธ์
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 03:02:22 PM »



หากจะทำละครแสดงสักเรื่อง จะต้องเริ่มอย่างไรบ้าง ??

พี่ถามคำถามนี้ กับน้องๆที่เด็กรักป่า จ.สุรินทร์น่ะครับ (มายด์ก็ไปกับพี่)
เด็กรักป่า เป็นเด็กเล็กๆ ระดับประถมศึกษาเป็นส่วนใหญ่ พวกเขาเลือกจะใช้ละครเพื่อสื่อสารเรื่องราวธรรมชาติ
เขาทำมาหลายปีแล้ว เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง
คำถามเหล่านี้พี่ถามเขา เมื่อสักสองเดือนก่อน หลังจากได้ชมละครเรื่องใหม่ ที่่ใช้คนเล่นเพียง 4 คน คนตีกลองประกอบ 1 คน
สี่คนวนเวียนออกนำ เล่น และ ลื่นไหล ต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด เจ๋งสุดๆ
น้องเขาพยายามตอบมาให้ สั้นๆ ไม่ยาวนัก แต่พี่ว่าครอบคลุมได้ดีทีเดียวสำหรับแก่นสำคัญหากคิดจะแสดงละคร

1.  เลือกเรื่องที่เราสนใจ

แน่นอนที่สุด เรื่องราวที่เราสนใจมันจะบอกเองว่า เราจะทำอย่างไรต่อไป ตรงนี้ต้องสรุปสุดท้ายก่อน แล้วค่อยย้อนไปหาทางไปน่ะ
เช่น เราต้องการสื่ออะไร เราต้องทราบก่อน ต้องหาความคิดรวบยอดให้ได้ว่าเราต้องการบอกอะไร... แล้วเราค่อยมาสร้างเรื่องราวไปสู่เป้าหมายนี้
เช่น แก่นของละคร จะบอกว่า ความดีไม่มีขาย ต้องทำเอง.... นี่คือความคิดรวบยอด
จากนั้น เราจะต้องมาสร้างเรื่องราวให้ดำเนินไปอย่างน่าสนใจติดตาม เพื่อจะทำให้คนดูเข้าใจเป้าหมายสุดท้ายของเราให้ได้ ผ่านละคร ไม่ใช่ผ่านคำบอกสอน
นี่คือสิ่งที่ละคร ต่างจากตำรา... ศิลปะ ต่างจากวิชาการ
แน่นอน เรื่องละคร การแสดง หรือ กระทั่งการพูดคุยกันตามปกติก็ตาม หากไม่มีวัตถุประสงค์แล้ว มันก็คงเตลิดไปไร้เป้าหมาย ฉนั้น จำให้ดีกับความหมายสำคัญอันแรกนี้นะ

2 . สร้างวิธีการดำเนินเรื่อง

หล้งจากแน่ใจในเป้าหมายแล้ว เราก็ต้องมาหาศิลปะของการเล่าเรื่องไป น้องเขาตอบพี่มาว่า โดยปกติ เรื่องราวสำหรับสร้างเป็นละคร ไม่ว่าสั้นหรือยาว มันมีหัวใจหลักๆแค่สามเท่านั้น

เริ่มต้น --- หักเห ---- จุดจบ

สามขั้นเท่านั้น ที่ทำให้เรื่องราวธรรมดา กลายเป็นละครกลายเป็นศิลปะที่น่าสนใจติดตาม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 16, 2010, 11:42:18 AM โดย ประพนธ์ » บันทึกการเข้า
ประพนธ์
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 03:11:34 PM »

[imghttp://www.oknation.net/blog/home/blog_data/996/14996/images/C5899279-12.jpg][/img]

เริ่มต้น ---------หักเห ------------ บทสรุป

นี่ก็คือหัวใจสำคัญของศิลปะประเภทเรื่องเล่าน่ะ ไม่ว่าจะละคร จะภาพยนต์ ละครสั้น ลิเก นิยาย ฯลฯ
อะไรก็ตาม มันต้องมีตรงนี้
มันจะเริ่มง่าย ไปเรื่อย และ จบลงเฉยๆ เหมือนชีวิตที่ไร้สีสัน แกงไม่มีรสชาติ มันก้ไม่ได้เป็นศิลปะละสิ มันเป็นเส้นตรงทื่อๆ จะดึงดูดใคร หรือ สอนอะไรได้

อย่าลืมข้อแรกน่ะ เราทราบบทสรุปแล้ว ทราบเป้าหมายแล้ว
และเรากำลังสร้างทางไปสู่เป้าหมายที่เราชัดเจนแล้วนะครับ


การเริ่มต้นที่ดี ตัวอย่างจากหนังสือหลายๆเล่มน่ะ เพชรพระอุมา เปิดหน้าแรกมาก็ตรึงให้คนอ่านติดตามหนังสือเล่มหนาเตอะได้อีก เป็นยี่สิบสามสิบเล่ม
หนังดีๆสักเรื่อง เพียงฉากแรก ก็ทำให้เราติดตามเรื่องได้ตั้งแต่ต้นจนจบ


เริ่มดี.. เริ่มอย่างไร ฮืม? อันนี้ไม่มีสูตรสำเร็จ ต่างกันไปตามแต่ผู้สื่อจะเลือกเอา

เอาล่ะ เมื่อเริ่มแล้วอย่างไรต่อ... ก็ดำเนินไปสิครับ

ดำเนินไปแล้ว เรื่องก็จะทำให้ผู้อ่าน ผู้ดู ติดตามเรื่องราว ติดตามตัวละครไป จนถึงจุดไคลแมกซ์ของเรื่อง ตรงนี้แหละที่เรียกว่า หักเห



บันทึกการเข้า
ประพนธ์
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 03:18:28 PM »




หักเห

แม่นากพระโขนง เรื่องดำเนินมาจนถึงจุดไคลแมกซ์ของเรื่อง ไอ้มากรู้แล้วว่าเมียตัวเองเป็นผี
ผู้ชมตึงเครียด ติดตาม
คิดตาม เฮ้ย..ไอ้มากมันรู้แล้ว อีนากก็รู้แล้วว่ามากรู้ว่าตัวเองตาย
คนดูคิดนำไปแล้ว เอาไงว่ะ ไอ้มากจะตัดสินใจอย่างไร
สุดท้าย เฮ้ย มันยอมอยู่กับผีเว้ย
เอาล่ะ หักเห แล้วก็เข้าสู่จุดมันสุดๆได้ อีนากอาละวาด ดุ โหด...
เอฟเฟกส์เท่าไหร่อัดมาเลย พายุ ลมพัด ฟ้าร้อง ดนตรีโหม ประโคม
คนดูเยี่ยวแทบราด...
นี่ตรงนี้แหละ หักเห  คาดไม่ถึง
สุดท้าย สมเด็จโตก็โผล่มาปราบอีนากได้ จุดหักเห ไคลแมกซ์ของเรื่องก็ค่อยๆถึงจุดสูงสุด และคลี่คลายตัว ก่อนจบลง

เรื่องราวที่ดี ต้องมีจุดแบบนี้ ต้องมีสิ่งที่คาดไม่ถึง เดาได้ยาก จนผู้ติดตามต้องลุ้นพลิกคว่ำพลิกหงาย นั่นแหละดี นั่นแหละเรื่องราวดี

จำให้ดีทีเดียว เริ่มต้น  ไปจน หักเห และ สุดท้ายเข้าหาบทสรุป
อย่าเล่า อย่าบอก อย่าเฉลย ไฮไลท์ทีเดียว
ไม่จำต้องจบแบบนิทานอีสป (นิทานเรื่องนี้สอนอย่างโน้นอย่างนี้)
ไม่ต้องเลย.. กระทั่งเด็กๆก็ตาม ไม่ต้องไปชี้นำทุกสิ่งทุกอย่าง
เปิดอิสระไว้ให้ผุ้ชมคิดได้เอง คิดต่อได้เอง นี่แหละความประทับใจจะเกิดตรงนี้
เหมือนหนังที่ ออกมาเริ่มต้น เราก็เดาตอนจบได้เลย หนังเช่นนั้น เราคงไม่อยากดู ใช่มั๊ยล่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 15, 2010, 10:41:27 PM โดย ประพนธ์ » บันทึกการเข้า
ประพนธ์
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 03:31:56 PM »



เอาล่ะ ผ่าน 2 ขั้นตอนมาแล้ว มาถึงขั้นตอนต่อไป

3. แบ่งบท / ทำความเข้าใจกับบท / ซักซ้อม

เมื่อผ่านขั้นตอน เลือกเรื่อง - สร้างวิธีการดำเนินเรื่องได้แล้ว ก็มากำหนดฉากให้ชัด กำหนดเวลา กำหนดคน

ให้ทุกคน รับบทของตัวไป โดยที่ ต้องเข้าใจในเรื่องราวทั้งหมดด้วย และ ลงมือซักซ้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เทคนิคสำคัญ (เด็กรักป่าบอกมา)

* ทุกคน ต้องมีความเข้าใจในเรื่องทั้งหมดอย่างดี ทราบเป้าหมายแน่ชัด มั่นใจในการดำเนินเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ
    * ต้องมีความเชื่อมั่น ศรัทธา ในเรื่องทั้งหมด และ ต้องศรัทธาในบทที่ได้รับไป
    * ต้องถอดอารมณ์ของตัวเองเข้ากับบทที่ได้รับ
    * มีการซ้อมให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งการซ้อมรวม และ การซ้อมบทของตัวเอง จนสุดท้ายเป็นอัติโนมัติb]

นี่แหละ แก่นสำคัญที่เขาบอกพี่มา ทำได้เท่านี้ ละครนั้นๆก็จะเป็นศิลปะที่สามารถสื่อสารได้ตรง ได้ดี และ กินใจผู้ชมทุกคนแล้ว
เล่นละคร คงมีแก่นเท่านี้แหละ ละครที่ดี ไม่จำต้องใช้คนเปลือง หากจะใช้ ต้องพอดี ต้องทำให้ดูรู้เรื่อง ไม่ใช่รกไปหมด หันหลังให้คนดู พูดก็เบา
เล่าก็ไม่ได้ยิน ฉากก็เยอะเกินจนดูไม่ทัน เล่นไปก็ขำกันเองซะมาก ไม่ได้ฝากให้คิดอะไร เล่นผ่านๆขำขำ อย่างนั้นไม่เอาน่ะครับ

พี่เองนึกถึงตอนตัวเองแสดงละคร ตอน มอห้า... นึกย้อนไปแล้วอาย
อายตัวเอง อายครู


ละครไม่ได้สอนอะไรเลย บทพูดก็มาก เยิ่นเย้ออธิบายจนจบ พูดมากคนดูไม่ต้องคิดเลย เล่นๆไปก็หนักไปทางมั่ว เล่นกันเอง ตัวละครรวมๆแน่นเวทีจนจับตาดูใครไม่ทันเลย

ออกมายืนกันเป็นปึก ไม่รุ้ใครเป็นใคร
บันทึกการเข้า
ประพนธ์
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 03:36:09 PM »

 ยิ้มเท่ห์

อ่ะน่ะ ขอให้เต็มที่แล้วกัน ละคร คือศิลปะที่กลั่นแล้วน่ะ กลั่นให้สั้นพอเหมาะผ่านเทคนิควิธีการขับเน้นบางอย่าง และ มุ่งตรงกระแทกเข้าที่หัวใจคนดู
ให้เขาประทับใจ แล้วคิด แล้วรัก สุดท้ายอาจเปลี่ยนแปลงตัวเองไปได้ตลอดกาลทีเดียว

เรื่องจริงๆน่ะ ไม่ได้เว่อร์

จึงอยากเห็นพวกเราทุกคนตั้งใจให้หนัีก ๆ เพราะคิดจะทำแล้ว ต้องดี ต้องสำเร็จ อย่าไปล่ม ไปล้ม เสียดาย
อย่ายัดเยียดบทให้กัน เพราะตรงนี้หากไม่ศรัทธาเชื่อมั่นแล้ว มันมีผลโดยรวมมาก

เช่น เล่นเป็นนกอินทรี บินออกมาเหมือนนกติดหวัด คนดูก็เซ็งอะดิ
เอาสมัครใจเลย คนที่อาสาต้องกล้า ต้องเอาจริง อย่าเล่นไปแกนๆ

อยากดู อยากดู... ละครต้นกล้า 3
จะให้ช่วยอะไรบอกเลยนะ

สำคัญ อยากให้แลกเปลี่ยนกันเยอะๆหน่อยน่ะ ไม่ว่าบอร์ดนี้ หรือใน fb ก็ได้

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
pnature
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2236



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2010, 09:36:20 PM »

น้องๆ ต้นกล้าที่รับหน้าที่แสดงละครครับ   สิ่งที่พี่พนธ์เขียนมานี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่ากับเราเป็นอย่างยิ่งเลยนะครับ
พี่ขอให้เราอ่านและทำความเข้าใจ  แล้วนำมาปฏิบัติได้เลยนะครับ 

ก่อนถึงวันที่เรานัดกัน( 28 พ.ย. 53 ) บทละครต้องเสร็จ  คนที่จะแสดงก็ต้องพร้อมวางตัวให้เรียบร้อยวันที่
28 พ.ย. นี้พี่อยากให้เราได้ซ้อมเป็นครั้งแรกเลย
บันทึกการเข้า

เกิดบนดินแดน   ทดแทนมากมาย   แต่กลับต้องตาย   ให้กับความรุ่งเรือง
ถูกคนทำลาย   เพื่อไปสร้างเมือง   นี่คือเรื่องราว   เหล่าพรรณพืชไพร
เพลง  ต้นไม้
สุรสีห์   อิทธิกุล
Mr.OB1
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 127


I AM OBAMA1 KENOBI


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 09:45:21 AM »

พี่ต้าจะเป็นหน้าม้าคอยเชียร์ให้นะ
บันทึกการเข้า

ALWAYS BE A DEAF FROG
ประพนธ์
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2010, 10:22:51 AM »

 เจ๋ง

พี่ต้านี่ก็ตัวอย่างทีดีน่ะ ตอนเขาเล่นเป็นนกเงือก เวลาเขาบินถลาร่อนนี่ อยากให้น้องๆเห็นจัง
ไหนจะตอน ใส่อารมณ์ตอนตาย เลือด(น้ำแดง) กระจายเต็มห้องเลยน่ะ มีกระเสือกกระสน ทุรนทุรายด้วย...
แรงไม่แรงไม่รู้ล่ะ แต่เห็นเด็กอึ้งไปเหมือนกัน ไม่ได้โม้

ต้องตรง ต้องแรง ศรัทธาถอดใจใส่ไปในตัวละครนั้นๆ
ปรึกษาพี่ต้าได้โดยตรงอีกคนน่ะ เรื่องละคร confirm
บันทึกการเข้า
ai_nu
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 04:37:42 PM »

ขบวนเดินโชว์ตัว  มนุษย์ขยะ   ฮีโร่   เดินไปถึงจุดหนึ่ง  แล้วก็ยืนนิ่งๆ 3 นาที ( ก่อนจะตะโกนพร้อมๆกัน ให้คนตกใจ   แล้วก็เดินย้ายที่ เพื่อไปหยุดที่ 3 นาที

ง่ายๆ  แต่คนมุงกันเต็มเลย ( เห็นในงานเทศกาลถนนคนเดินเมื่อสิบสองปีก่อน )
บันทึกการเข้า
pnature
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2236



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2010, 09:35:32 PM »

แหล่มเลยพี่นุ  ชอบ...ชอบ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

เกิดบนดินแดน   ทดแทนมากมาย   แต่กลับต้องตาย   ให้กับความรุ่งเรือง
ถูกคนทำลาย   เพื่อไปสร้างเมือง   นี่คือเรื่องราว   เหล่าพรรณพืชไพร
เพลง  ต้นไม้
สุรสีห์   อิทธิกุล
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.6 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.01 วินาที กับ 18 คำสั่ง